วิถีแห่งกวนอิม

แม้ชีวิตของพระอาจารย์แต่ละท่านจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หนทางทางจิตวิญญาณที่ท่านดำเนินไปนั้นกลับเหมือนกันเสมอ นั่นคือ เส้นทางแห่งการทำสมาธิบนเสียงและแสงแห่งสวรรค์ ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่เรียกวิธีปฏิบัตินี้ว่า “ธรรมวิถีกวนอิม” เพราะท่านได้สอนต่อสาธารณชนแห่งแรกในฟอร์โมซา กวนอิมเป็นภาษาจีนซึ่งหมายถึง การเพ่ง การสั่นสะเทือนภายใน

การสั่นสะเทือนดั้งเดิมหรือเสียงนี้อยู่เหนือพ้นความเข้าใจทางธรรมชาติ ดังนั้น จึงต้องรับรู้ในความเงียบ สาวกของพระเยซูเรียกเสียงนี้ว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์” (Holy Spirit) หรือ “พระวจนะ” (The Word) ซึ่งมาจากคำภาษากรีกว่า “โลโกส” (Logos) ที่แปลว่า เสียง ดังที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิลว่า

“ในปฐมกาลมีพระวจนะ และพระวจนะนั้นดำรงอยู่กับพระเจ้า และพระวจนะนั้นคือพระเจ้า”
ลูกศิษย์ของพระเยซูเรียกสิ่งนี้ว่า “จิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์” หรือ “พระวจนะ” (ซึ่งมาจากคำภาษากรีก “โลกอซ” หมายถึงเสียง) “ในตอนแรกเริ่มนั้นมีพระวัจนะ และพระวจนะนั้นอยู่กับพระเจ้า และพระวจนะนั้นคือพระเจ้า” หลังจากที่ศากยมุณีพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว พระองค์ก็ได้พูดถึงเสียงนี้ด้วยเช่นกัน โดยเรียกมันว่า “กลองแห่งความอมตะ” พระกฤษณะทำตัวท่านให้เท่าเทียมกับ “เสียงในอีเทอร์” โมฮัมเหม็ดรับรู้ถึงเสียงนี้ในถ้ำที่กาลีเฮร่าเมื่อท่านได้เห็นภาพนิมิตหัวหน้าสวรรค์กาเบล และเล่าจื๊อบรรยายเต๋าว่าเป็น “เสียงอันยิ่งใหญ่” แสงแห่งจิตวิญญาณ การแสดงออกถึงการปรากฏของ พระวจนะ เช่นกัน ดังที่ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ได้อธิบายไว้ว่า:

“ดังนั้น เมื่อเราติดต่อกับพระวิญญาณนี้ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงแสงและแรงสั่นสะเทือนอันศักดิ์สิทธิ์ และด้วยการทำเช่นนี้ เราก็จะรู้จักพระเจ้า อันที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นธรรมวิถี มันเป็นพลังของมหาอาจารย์ ถ้าเธอมีมันเธอก็สามารถถ่ายทอดมันได้ ธรรมวิถีนั้นอยู่เหนือความเข้าใจซึ่งไม่สามารถบรรยายออกมาด้วยภาษาของเราได้ ไม่ว่าใครจะอธิบายอย่างไรคุณก็จะไม่ได้รับแสง เสียง สันติสุขภายใน และปัญญา ทุกสิ่งทุกอย่างถูกถ่ายทอดในความเงียบ และคุณจะได้พบกับพระอาจารย์ในอดีต เช่น พระเยซู หรือพระพุทธเจ้า คุณจะได้รับทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อเดินตามรอยพระบาทของท่าน และทีละเล็กทีละน้อย เธอจะกลายเป็นเหมือนพระคริสต์ เธอจะเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า”

ใส่ความเห็น