การปฏิบัติสมาธิของอนุตราจารย์ชิงไห่ก่อนการรู้แจ้ง

ฉันเคยศึกษากับพระเซนบางรูป

พระเซนเคยบอกฉันว่าเวลานั่งสมาธิเราต้องนั่งตัวตรงและมองไปที่จมูกของตัวเอง (ท่านอาจารย์ทำท่านั่งสมาธิให้ดู) โดยต้องลืมตาไว้แต่ฉันกลับไม่เห็นอะไรเลย! ฉันเห็นแค่จมูกตัวเองกับพื้น! (หัวเราะ) วันหนึ่งฉันรู้สึกเหนื่อยเลยลองหลับตาแล้วทุกอย่างก็บังเกิดขึ้น! จากนั้นฉันก็ไม่ฟังเรื่องไร้สาระของพวกเขาอีกต่อไป (ท่านอาจารย์หัวเราะ) ฉันเลือกทำในแบบของฉันเอง

ฉันเคยศึกษากับอาจารย์หลายท่าน เพราะฉันแสวงหาความรู้แจ้ง ฉันไปพบอาจารย์มาหลายคน อาจารย์เซนท่านหนึ่งเคยบอกฉันว่า “เวลานั่งสมาธิ ให้ไขว้ขา ยิ่งไขว้มากเท่าไหร่ ยิ่งดีสำหรับเธอ” ดังนั้นฉันจึงบีบตัวเองและบิดแขนขาไปหมด มันทรมานมาก! แล้วถ้าเราลืมตาไม่สนิท ขยับตัว หรือแม้แต่เกา ก็จะมีเสียง “ปั้ก!” (ท่านอาจารย์ทำท่าโดนตีด้วยไม้) มันสะเทือนไปทั้งตัว! แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ไม่เห็นแสงอะไรเลย) ฉันเลยตัดสินใจผ่อนคลายแล้วเทวดาทั้งหลายก็มาหาฉัน (ท่านอาจารย์หัวเราะ)

พวกเขาบอกฉันว่า “เวลาจะนอน เธอสามารถนอนทำสมาธิได้เหมือนกันนะ” (เหมือนที่ฉันบอกพวกคุณนั่นแหละ วิธีที่ถูกต้องคือนอนตะแคงขวาแบบเดียวกับพระพุทธเจ้า)ฉันก็ทำตามไม่เห็นมีปัญหาอะไร แต่พอฉันนอนทำสมาธิพยายามสุดกำลังฉันก็ยังไม่เห็นอะไรเลย! แต่พอฉันพลิกตัวไปทางอื่นเพื่อจะนอนหลับ โอ้โห! ทุกอย่างก็ปรากฏขึ้น! (ท่านอาจารย์หัวเราะ)

แต่ก่อนหน้านั้น ฉันพยายามเป็นชั่วโมงๆ ไม่เห็นอะไรเลย ดวงตาก็แห้งและเจ็บฉันจึงบอกกับตัวเองว่า “โอ้! ฉันจะนอนแล้วล่ะ”  แต่พอฉันพลิกตัวไปแสงก็ปรากฏขึ้น! ฉันนอนตะแคงขวาตั้งใจจะนอนแต่กลับนอนไม่หลับอีกต่อไปเพราะแสงเต็มไปหมด! ดังนั้น ให้คุณทำตามที่ตัวเองรู้สึกว่าเหมาะสม ถ้าคุณอยากเห็นแสงแม้ว่าจะต้องคลานไปกับพื้นเพื่อเห็นมันก็ทำไปเถอะ!

ฉันไม่เคยบอกว่าคุณต้องนั่งขัดสมาธิ เพียงแต่ว่าการนั่งขัดสมาธิจะช่วยให้คุณไม่ง่วงหลับง่ายเท่านั้นเอง แต่ต่อไป เมื่อคุณพัฒนาขึ้น คุณก็จะสามารถทดลองกับร่างกายและจิตใจของตัวเองได้ และมันก็จะเป็นเรื่องสนุก!

ใส่ความเห็น