ชีวิตของฉันในเทือกเขาหิมาลัย
ตอนที่ฉันอยู่ที่เทือกเขาหิมาลัยในอินเดียฉันมีเงินไม่มากเลย ฉันต้องใช้เงินอย่างประหยัดเพราะฉันไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน บางครั้งฉันกินแค่ chapati กับเนยถั่ว (peanut butter) เท่านั้น แถมฉันทำ chapati เองด้วยซึ่งถูกกว่าซื้อเสียอีก มันเป็นวิธีที่เรียบง่ายมากแค่มีจานที่ใช้กิน จากนั้นก็ใช้แป้งสาลี น้ำ และเกลือ ซึ่งหาซื้อได้ทั่วไป นวดแป้งกับน้ำใส่เกลือเล็กน้อย นวดเหมือนทำขนมหรือขนมปังแต่ไม่ใส่ยีสต์ จากนั้นแผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ ไม่ต้องใช้ไม้นวดแป้งใช้มือก็พอ แล้วเอาไปปิ้งบนไฟเก็บฟืนจากป่ามาก่อไฟแล้วก็อบไปสักพัก กลับด้านแล้วรออีกหน่อยก็เสร็จ ทาเนยถั่วลงไปแค่นี้ก็รู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์แล้ว น้ำก็ดื่มจากแหล่งน้ำธรรมชาติหรือลำน้ำคงคาไม่มีปัญหา ฉันใช้ชีวิตแบบนี้หลายเดือนบางครั้งฉันกินแต่อาหารดิบ เพราะหากขึ้นไปสูงมากๆ ก็ทำอาหารไม่ได้ หรือทำได้แต่ใช้เวลาครึ่งวันกว่าจะต้มได้แค่น้ำสองเซนติเมตร ฉันเลยคิดว่า “ลืมมันไปเถอะ ดื่มแบบเย็นๆ ก็ได้” จะต้มกะหล่ำปลีได้ยังไงถ้าไม่มีแก๊สแรงๆ ถ้าต้องไปเก็บฟืนมาใช้ ส่วนมากฟืนก็เปียกชื้นจากหิมะอยู่แล้ว
ภูเขาในเทือกเขาหิมาลัยมีหิมะปกคลุมตลอดปี แม้แต่หน้าร้อนก็ยังมีเพียงแต่น้อยลงกว่าฤดูหนาว กองทัพจะขุดเส้นทางระหว่างภูเขาน้ำแข็ง เพื่อให้ผู้คนสามารถเดินทางผ่านไปมาได้แต่น้ำแข็งก็ยังอยู่ที่นั่นเสมอ พวกเขามีเพียงสองฤดูเท่านั้น คือ ฤดูที่มีหิมะตก และฤดูที่ไม่มีหิมะตก นักแสวงบุญมักเดินทางมาในฤดูที่ไม่มีหิมะตก ถ้าหากอยู่ที่นั่นนานเกินไปคุณก็อาจจะติดอยู่ใต้หิมะและต้องรอจนถึงปีหน้า หากคุณยังรอดชีวิตอยู่ คุณอาจต้องละลายหิมะมาดื่มหรือทำอะไรก็ตามที่จำเป็น (แต่ฉันไม่แนะนำให้ลองนะ!)
แม้แต่ในฤดูหนาว คุณยังสามารถหาเก็บสมุนไพรหรือพืชป่าบางชนิดในหิมาลัยมารับประทานได้ บางชนิดหน้าตาไม่เหมือนผักโขมแต่รสชาติเหมือนเลย เพียงแต่ว่าต้นของมันจะมีสีแดง ไม่ใช่สีเขียว รสชาติเหมือนกันเป๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าไปหากินพืชป่าเองโดยไม่มีความรู้ อย่าพูดว่า “ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่บอกไว้ว่าพืชนี้รสชาติเหมือนผักโขม” แล้วลองชิมทุกอย่างที่เจอไม่อย่างนั้นคุณอาจจะจบชีวิตเร็วกว่าที่คิด อย่าทำให้ตัวเองกลายเป็นห้องทดลอง!
ฉันไม่มีแม้แต่เต็นท์ คุณลองคิดดูสิ! อยู่ในเทือกเขาหิมาลัยโดยไม่มีเต็นท์! แต่บางครั้งฉันก็เจอที่หลบฝน หรือสิ่งที่เรียกว่า “บ้าน” แต่บ้านที่นั่นไม่ได้เหมือนบ้านที่นี่เลย บ้านที่คุณสามารถมองเห็นดาวทะลุหลังคาได้ มองทะลุกำแพงได้ และลมสามารถพัดผ่านเข้ามาทักทายคุณได้ตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน แถมพาหิมะเข้ามาด้วยพื้นก็นองน้ำตลอดเวลา ไม่มีการเทปูนเพราะบ้านเหล่านี้ทำจากไม้และหญ้าแบบง่ายๆ ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่มีเตียง ต้องนอนบนพื้น
ฉันฉลาดมาก ฉันใช้ที่นอนบางเฉียบ บางยิ่งกว่าของพวกคุณอีก! มันไม่ใช่แบบนี้นะ มันเป็นแผ่นพลาสติกบางๆ ด้านหนึ่งสีทองอีกด้านหนึ่งสีเงิน คุณสามารถใช้มันได้เหมือนกัน เมื่อกางออกมันบางเท่ากระดาษทิชชู่เท่านั้น ฉันแบกของมากมายไปไม่ไหว ฉันแทบจะเดินเองไม่ไหวอยู่แล้ว! ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่กระเป๋าก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น แม้แต่เท้าของคุณเองก็จะหนักขึ้นบวมเพราะหิมะซึมเข้าไปในรองเท้า ไม่ว่าคุณจะใส่รองเท้าแบบไหนหิมะก็ยังสามารถเข้าไปทำให้เท้าของคุณเปียกชุ่มได้ มันเหมือนกับการแช่ขนมปังในน้ำ ขนมปังจะบวมเป็นสองเท่า! ดังนั้นหากคุณจะไปเทือกเขาหิมาลัย อย่าขนของไปเยอะ
ฉันเดินทางไปหลายแห่งและก็รอดมาได้!
ฉันแค่ต้องการบอกให้คุณรู้ว่า มนุษย์เราสามารถเอาตัวรอดได้จากทุกสิ่ง หากจิตวิญญาณของเราเข้มแข็ง มีจุดมุ่งหมายอันสูงส่งมีอุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่ เราก็จะมุ่งไปที่อุดมการณ์นั้นและลืมเรื่องอื่นๆ ไปโดยสิ้นเชิง มันเป็นแบบนั้นจริงๆ
เหมือนกับวิถีของ นักเดินทางอากาศของทิเบต ที่นั่นไม่มีเครื่องบิน พวกเขาจึงเดินทางเหมือนเหาะเหินอยู่กลางอากาศ วิธีของพวกเขาคือจดจ่ออยู่กับจุดหมายปลายทางที่ขอบฟ้าหรือดวงดาวบางดวง พวกเขาจะตั้งสมาธิไปที่จุดนั้นขณะที่พวกเขาเดิน คุณพูดกับพวกเขาๆ จะไม่ได้ยินไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น แม้แต่ตอนที่พวกเขาเดินชนกิ่งไม้หรือได้รับบาดเจ็บก็ไม่รู้สึกตัว จนกระทั่งพวกเขาตื่นจากภวังค์และหยุดการเดินทางของพวกเขา
