ในการปฏิบัติของศาสนาพุทธนั้นหากประสาทสัมผัสทั้งห้าของใครคนหนึ่งไม่สมบูรณ์ หรือขาดไปหนึ่งในนั้น พระพุทธเจ้าก็จะไม่รับเขาเข้าสู่คณะสงฆ์ของพระองค์ ในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงพระชนม์อยู่มีเงื่อนไขหลายอย่างที่ต้องผ่านก่อนจึงจะได้รับการประทับจิตในพุทธศาสนา แต่สำหรับฉันๆ ได้ตั้งปณิธานว่าจะช่วยแม้แต่ผู้ที่แย่ที่สุด ดังนั้นจึงไม่มีใครที่มาหาฉันโดยไม่มีความหวัง ในหมู่ศิษย์ของเรานั้นมีผู้ที่แย่ที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้แม้แต่พระพุทธเจ้าในสิบทิศก็ไม่อาจช่วยพวกเขาได้
บางครั้งผู้คนวิจารณ์ฉันว่าศิษย์ของฉันมักจะสรรเสริญฉัน บอกว่าฉันเป็นพระพุทธเจ้าเป็นนั่นเป็นนี่ ทั้งที่เป็นเวลานานมากแล้วที่ฉันไม่เคยพูดเลยว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ผู้คนก็ได้ยินมาจากศิษย์ของฉัน จากนั้นพวกเขาก็มาตำหนิฉันสำหรับสิ่งที่ฉันไม่ได้พูด พวกเขาถามว่า “อะไรนะ? ท่านเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร? ท่านกล้าขนาดไหน?” มีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง
ดังนั้น ฉันรู้สึกเบื่อและเหนื่อยกับความถ่อมตน ฉันจึงพูดไปเลยว่า “ใช่ ฉันเป็นพระพุทธเจ้าแล้วมันเป็นอะไรนักหนาหรือ?” แต่หลังจากที่ท่านกลายเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ท่านจะกลายเป็นคนธรรมดามาก เป็นที่รัก เป็นคนน่ารักไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ ไม่มีอะไรพิเศษมากไปกว่าการค้นพบขุมทรัพย์และพลังที่แท้จริงของตัวเองแล้วนำมาใช้ มันจะเป็นเรื่องใหญ่อะไรนักกับการค้นพบบัญชีธนาคารที่ท่านลืมไป? มันไม่ได้เป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่หรือสิ่งที่วิเศษอะไรกับการใช้เงินของตัวเองทุกคนเข้าใจได้ เช่นเดียวกันไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการค้นพบพลังและปัญญาของตัวเอง แล้วนำมันมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเองและผู้อื่น
นอกจากการค้นพบปัญญาและพลังของตัวเองแล้วท่านก็ยังเป็นคนธรรมดา เพียงแค่มีพลังเพิ่มขึ้นเท่านั้นสิ่งที่คนอื่นทำท่านก็ทำได้ พวกเขาเดินท่านก็เดิน พวกเขานอนท่านก็นอน พวกเขากินท่านก็กิน พวกเขาทำงาน ท่านก็ทำงาน ทุกอย่างก็เหมือนเดิมท่านก็แค่มีพลังเสริมเพิ่มเติม มันคล้ายกับนักศึกษาแพทย์เมื่อเขาจบการศึกษาเขากลายเป็นแพทย์ (M.D.) รูปร่างหน้าตาเหมือนเดิม เพื่อนก็ยังเป็นคนเดิม กิจกรรมก็เหมือนเดิม พฤติกรรมก็ไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเขามีความรู้และความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นรวมถึงตัวเขาเองและครอบครัวด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์
แต่ผู้คนทำให้พระพุทธเจ้ากลายเป็นบุคคลที่เป็นตำนาน เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีใครเข้าใจ ไม่มีใครเข้าถึง ไม่มีใครสัมผัสได้ พวกเขาทำให้พระเยซูกลายเป็นเจ้าของโลก และไม่มีใครสามารถบรรลุระดับของพระองค์ได้เลย นี่เป็นความเข้าใจผิด
เพียงเพราะว่าท่านค้นพบขุมทรัพย์ที่สูญหายของตัวเอง มันไม่ได้หมายความว่านิสัยและพฤติกรรมของท่านจะเปลี่ยนไป ท่านจะไม่กลายเป็นรูปปั้นไม้หรือพระพุทธเจ้าหิน ท่านยังคงมีความรู้สึกมีเหตุผลเหมือนเดิม ท่านยังสามารถทำงานได้เหมือนเดิม ถ้าไม่ดีขึ้นกว่าเดิม ท่านสามารถรับใช้สังคมได้ด้วยพลังที่มากขึ้น ด้วยความชัดเจนที่มากขึ้น และความสามารถในการมีสมาธิมากขึ้น นอกจากความสามารถทางกายภาพที่ท่านสามารถใช้เพื่อช่วยเหลือสังคมและโลกได้แล้ว ท่านยังมีปัญญาที่มองไม่เห็นซึ่งสามารถแสดงออกและใช้เป็นพลังเพื่ออำนวยพร ให้กำลังใจ และนำความสุขมาสู่ผู้คนรอบตัวท่าน
แท้จริงแล้ว สิ่งที่ฉันจะแสดงให้ท่านเห็นนั้นเป็นวิธีการเรียนรู้ด้วยตัวเอง พระพุทธเจ้าภายในตัวท่านจะลุกขึ้นมาสอนท่าน พระเจ้าในตัวท่านจะลุกขึ้นมาสอนท่าน แต่ก่อนอื่นฉันต้องแสดงให้ท่านเห็นว่าจะปลุกพระเจ้าองค์นั้นหรือพระพุทธเจ้าองค์นั้นในตัวท่านได้อย่างไร เพราะพระองค์คืออาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาณาจักรของพระเจ้าในตัวท่านหรือพระพุทธเจ้าภายใน นั่นแหละคืออาจารย์ที่แท้จริงไม่ใช่ฉัน แต่ฉันเพียงรู้วิธีที่จะปลุกพระองค์ขึ้นมาและแนะนำให้ท่านรู้จักพระองค์ บอกให้พระองค์ตื่นขึ้นมาทำงานให้ถูกต้อง นั่นคือหน้าที่ของฉัน
