ปราศัยโดยท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ (ปานามา, 28 มกราคม ค.ศ. 1991)
มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับตัวฉันที่เกิดขึ้นในคอสตาริกา ฉันอยากเล่าให้พวกคุณฟังเพื่อให้เข้าใจความรู้สึกภายในของฉันสักหน่อย เวลาที่พวกคุณรู้สึกเจ็บปวดและเศร้าใจ ฉันเข้าใจและเห็นใจ หากพวกคุณบอกฉันจากภายใน ฉันรู้ ฉันไม่ใช่คนไร้ความรู้สึก แต่บางครั้งในฐานะอาจารย์ฉันต้องเข้มแข็งเพื่อให้พวกคุณพึ่งพาฉันได้ ฉันทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อพวกคุณ ดังนั้นบางครั้งฉันต้องเข้มงวด ฉันต้องตัดหรือทำให้ความเศร้าของพวกคุณลดลงด้วยวิธีต่าง ๆ ฉันไม่สามารถส่งเสริมให้พวกคุณจมอยู่กับความทุกข์และความเศร้าตลอดไปได้ ดังนั้นฉันใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อลดความรู้สึกเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าฉันไม่เห็นใจพวกคุณ ฉันยังเห็นใจแม้แต่นกและหนอน ฉันจะไม่เห็นใจมนุษย์ได้อย่างไร? แต่ฉันไม่สามารถเดินไปร้องไห้ตลอดเวลาและร้องไห้ไปกับพวกคุณเพื่อทำให้พวกคุณรู้สึกแย่ลง เราต้องดำเนินชีวิตต่อไปไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ครั้งหนึ่ง ฉันอยู่กับเหล่าศิษย์ที่ชายหาดในคอสตาริกาเป็นเวลาสองสัปดาห์ บางคนยังอยู่ต่อหลังจากการปฏิบัติธรรมร่วมกันในระดับนานาชาติ กลุ่มของเรามีประมาณ 30 คนจากหลายเชื้อชาติแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ฉันแค่อยากจะบอกว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นั่นคนเดียวเพื่อสนุกสนาน แม้ว่าฉันจะอยู่ที่ชายหาดก็ตามตราบใดที่มีศิษย์อยู่ด้วยฉันก็ต้องทำงาน คุณคงจินตนาการได้ว่าวันเวลาผ่านไปด้วยเสียงตำหนิ หัวเราะ ทำอาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ
วันหนึ่ง คลื่นทะเลสูงมากซัดเข้าหาชายหาดจนเกือบถึงเท้าของพวกเรา ฉันเดินไปรอบ ๆ พร้อมร่ม ฉันชอบฝนโดยเฉพาะฝนหนัก ฉันไม่กลัวเปียก ฉันกางร่มเพราะฉันไม่มีเสื้อผ้ามากพอ ฉันไม่อยากเปลี่ยนเสื้อผ้าตลอดเวลา ดังนั้นฉันจึงใช้ร่มเพื่อปกป้องเสื้อผ้าไม่ใช่ตัวเอง ถ้าฉันมีเสื้อผ้าเพียงพอฉันก็คงไม่ใช้ร่ม
จากนั้น ฉันเห็นปูตัวใหญ่มากพยายามปกป้องตัวเองจากคลื่นขนาดมหึมา ทุกครั้งที่คลื่นพยายามดึงมันลงสู่ทะเล มันก็พยายามเกาะติดกับทรายฉันจึงบอกศิษย์หญิงคนหนึ่งว่า “มาช่วยมันหน่อย พามันไปในที่ปลอดภัย” ศิษย์หญิงคนนั้นมาแต่เธอซุ่มซ่ามมาก ทำให้ปูตกใจกลัวมากเพราะเธอทำมันหล่นหลายครั้ง แต่ฉันไม่สามารถดุเธอได้เพราะเธอไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ฉันก็ไม่สามารถอธิบายให้เธอเข้าใจได้เช่นกัน เพราะเธอไม่เข้าใจเธอเอาแต่พูดเป็นภาษาสเปนว่า “อาจารย์คะ บอกหนูทีว่าต้องทำอย่างไร”
ฉันยืนอยู่ตรงนั้นอย่างหงุดหงิดขณะที่เธอพยายามจัดการกับปู ฉันรู้แค่คำว่า “ปู” ในภาษาสเปน ฉันพูดกับเธอได้เพียงว่า “ใช่ ๆ, cangrejo” คุณจินตนาการได้ไหมว่าเธอหยิบปูขึ้นมาอย่างไร? เธอใช้พลั่ว พลั่วที่ใช้ขุดดิน! เธอตักมันขึ้นแล้วมันก็ตกลงมา แล้วเธอก็ตักมันขึ้นอีกแล้วมันก็ตกลงมาอีก ฉันบอกว่า “ไม่ ไม่ได้ทำแบบนั้น” แต่เธอไม่เข้าใจและถามว่า “อะไรหรือคะ อาจารย์?” ฉันตอบว่า “เธอจะทำให้มันเจ็บ มันตกลงมาตลอด ขามันอาจจะหัก” แต่เธอไม่เข้าใจสักคำ ฉันจึงพูดว่า “โอ้ พระเจ้า!”
สุดท้ายเธอเบื่อกับการพยายามจับมัน จึงหยิบมันขึ้นมาด้วยขาข้างหนึ่งและอุ้มมันไปยังชายหาดที่สูงขึ้น เธอจับมันที่ขาที่เล็กที่สุดเพราะเธอกลัวว่ามันจะกัดเธอ ดูเหมือนทั้งสองจะเล่นสนุกกันเธอดูมีความสุขมากที่จับมันด้วยขาที่เล็กที่สุดของมัน แต่ปูไม่สนุกด้วยเลย!
ฉันคิดว่า “จบกันแล้ว!” หัวใจฉันเต้นแรง “พระเจ้า ถ้าเธอทำให้ขามันหักฉันจะไม่ให้อภัยเธอแน่ ฉันจะโยนเธอลงทะเล” ฉันคิดแบบนั้น แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันทำได้เพียงภาวนาให้ปูปลอดภัย ศิษย์หญิงคนนั้นวางปูลงบนชายหาดแต่มันยังไม่ห่างจากคลื่นมากพอ ฉันไม่ชอบนักแต่มันก็ยังดีกว่าและปลอดภัยขึ้นเล็กน้อย ฉันใช้ร่มแตะมันดูว่ามันยังอยู่ดีหรือไม่ และมันจ้องมองมาที่ฉันพร้อมกับยกก้ามขึ้นเหมือนพยายามขู่ หรือบางทีมันอาจจะกลัวและพยายามป้องกันตัวเอง
จากนั้น มันเริ่มเคลื่อนไปทางน้ำ ฉันพูดว่า “ไม่ ๆ อย่าไป มันอันตราย” แต่มันไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ฉันจึงวิ่งตามมัน และยิ่งฉันวิ่งเร็วเท่าไหร่ มันก็วิ่งเร็วขึ้นเท่านั้น มันมองมาที่ฉันด้วยท่าทีระแวดระวัง
“ทำไมเจ้าถึงกลัวนัก? ฉันไม่เป็นอันตราย ฉันแค่อยากช่วยเธอ” ฉันคิดในใจแต่มันไม่เข้าใจ เพราะศิษย์หญิงคนนั้นทำให้มันกลัวด้วยการจับมันที่ขาเล็ก ๆ ตอนนี้มันจึงมองมนุษย์ทุกคนเป็นศัตรูรวมถึงฉันด้วย
ฉันเห็นคลื่นลูกใหญ่กำลังมาและเริ่มตื่นตระหนก ฉันพยายามตักมันขึ้นด้วยร่มและฉันทำสำเร็จ แต่แล้วคลื่นลูกใหญ่ก็มาถึง แม้แต่ร่มของฉันก็ถูกซัดหายไป ฉันเกือบถูกลากลงทะเลและปูก็หายไป ฉันรู้สึกเศร้ามาก ฉันรู้ว่ามันอาศัยอยู่ในน้ำ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ มันไม่ได้เตรียมพร้อมป้องกันตัวจากคลื่นเลย มันอาจตายได้ ฉันยืนอยู่ตรงนั้นเป็นชั่วโมง ฉันรู้สึกเศร้าที่มันเข้าใจฉันผิดและกลัวว่ามันอาจจะได้รับอันตราย คุณอาจคิดว่าฉันบ้าก็ได้และสงสัยว่าทำไมฉันต้องแคร์ปูตัวหนึ่ง แต่มันส่งผลต่อฉันแบบนั้นจริง ๆ ฉันสามารถรู้สึกถึงแม้แต่วงจรชีวิตของหนอน มด หรือแมลงวัน ไม่ใช่แค่ปูเท่านั้น
โอ้ ฉันยังจำแววตาของมันได้ มันดูป้องกันตัว มันไม่ได้กลัวฉันมากนักแต่มันก็ไม่อยากเสี่ยง ดังนั้นมันจึงวิ่งหนีไปและนั่นคือสาเหตุที่มันถูกคลื่นซัดไป และฉันโทษตัวเองสำหรับเรื่องนี้ หลังจากนั้น ฉันเดินขึ้นลงชายหาดมองหามัน บางทีฉันอาจมีโอกาสได้เห็นมันอีกครั้ง แต่ฉันก็ไม่พบมัน คืนนั้นฉันนอนไม่หลับเลย
