นี่เป็นโอกาสที่ศักดิ์สิทธิ์และก็โรแมนติกมาก ฉันชอบบรรยากาศที่โรแมนติก คำว่าโรแมนติกไม่ได้หมายถึงแค่บรรยากาศของความรักระหว่างชายหญิงเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ สูงส่ง และเต็มไปด้วยความเป็นกวี ซึ่งเราสร้างขึ้นมาจากหัวใจของเราเอง เมื่อเรารู้สึกเปี่ยมด้วยความรัก สงบสุข เมตตา อ่อนโยน และรู้สึกดีต่อทุกสิ่งรอบตัว เราจะเดินอย่างสง่างาม พูดอย่างอ่อนโยน คิดอย่างสูงส่งและงดงาม นั่นแหละคือบรรยากาศที่โรแมนติก วันนี้เรามีสิ่งนั้น
ฉันคิดว่าในยุคปัจจุบันเรามีข้อได้เปรียบมากมาย อย่างที่ฉันบอกเมื่อวานนี้ เรามีเครื่องบิน เรามีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัยที่ช่วยให้เราติดต่อกันได้ เรามีโทรทัศน์ และเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกทุกประเภทที่ทำให้เราเดินทางมาพบกันได้ในเวลาสั้น ๆ และใช้เวลาร่วมกันได้อย่างสะดวกสบาย แม้ว่าเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่ภายหลังเราก็สามารถย้อนระลึกถึงช่วงเวลานี้ได้ผ่านวิดีโอ เทปเสียง เพลง หรือแม้แต่การบันทึกความทรงจำในสมองของเราเอง
อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน มันก็ได้ทำลายเสน่ห์และบรรยากาศโรแมนติกในแบบโบราณไปบ้างไม่มากก็น้อย เช่น การแต่งกายของเรา วิธีการเดิน การพูดคุย การคิด และการแสดงออกถึงความรู้สึกภายใน ไม่ได้เต็มไปด้วยความเป็นกวีและความอ่อนโยนแบบสมัยก่อน นี่คือสิ่งที่บางครั้งเราคิดถึงและฉันเองก็คิดถึงสิ่งนี้บ่อยมาก และในโอกาสแบบนี เราสามารถนำมันกลับคืนมาได้
ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเราละทิ้งความงามภายใน ความเป็นกวี หรือความโรแมนติกของเราไป หรือเป็นเพราะว่าเราหมกมุ่นกับเรื่องการเงินและความสะดวกสบายทางวัตถุมากขึ้น มากกว่าการดูแลความงามภายในของเรา หรือแม้แต่การแสดงออกถึงความงามภายในออกมาให้ปรากฏ เช่น การแต่งตัวให้ดูดี การเดินอย่างสง่างาม การพูดจาอย่างอ่อนโยนและไพเราะ ทุกวันนี้มันยากมากที่เราจะพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแม้ว่าเราจะต้องการก็ตาม เพราะทุกคนรอบตัวเราพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้าง เร็ว และดัง
บางครั้งฉันเองก็รู้สึกหลงทางในโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่บางครั้งแต่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อฉันอยู่ในอารมณ์ที่เป็นกวีและโรแมนติกแต่ต้องเผชิญกับผู้คนที่ไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้เลย ในเวลานั้นฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในโลกใบนี้เหมือนเกิดผิดที่ผิดเวลา
ฉันคิดว่าคุณก็คงเคยรู้สึกแบบนี้บ้างใช่ไหม? ถ้าเป็นเช่นนั้น ทำไมเราไม่พยายามนำสิ่งเหล่านี้กลับคืนมา ไม่ใช่แค่ระหว่างการนั่งสมาธิ แต่ในชีวิตประจำวันในขณะที่เราติดต่อกับผู้คน ฉันรู้ว่ามันยากแม้แต่สำหรับตัวฉันเอง คุณรู้ว่าฉันเขียนบทกวีแม้ว่าสมัยก่อนตอนที่ฉันยังเด็ก บางทีบทกวีของฉันอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ฉันต้องการให้เป็น และฉันอาจจะยังไม่เข้าใจลึกซึ้งเท่าตอนนี้ แต่ในหัวใจของฉัน ฉันเป็นกวี และฉันชอบความเป็นกวี ชอบคาวมฝัน ชอบความโรแมนติก
แต่ว่าหลายครั้ง ฉันต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ทำให้กวีในตัวฉันต้องหนีไป เพราะฉันทนความหยาบกระด้างของโลกภายนอกไม่ได้ ฉันต้องพูดในแบบที่คนอื่นพูด ต้องทำในแบบที่คนอื่นทำ และหลังจากนั้นฉันก็รู้สึกเงียบเหงาและเศร้าใจ รู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่ง รู้สึกเหมือนฉันไม่ควรพูดหรือทำในสิ่งที่ฉันทำไป เพราะนั่นไม่ใช่ตัวฉัน ไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากเป็น แต่สำหรับพวกคุณที่ยังไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเหมือนฉัน มันอาจจะง่ายกว่าที่จะรักษาความอ่อนโยน ความโรแมนติก และความไพเราะของจิตใจเอาไว้ และพยายามรักษามันไว้ให้ดีที่สุด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราควรรักษาความเป็นตัวของตัวเองเอาไว้เพื่อให้เรารู้สึกดีกับตัวเอง ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรแต่เราต้องชอบตัวเอง ถ้าไม่เช่นนั้นเราจะใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานและเราจะรู้สึกเปราะบางต่อทุกสิ่งรอบตัว ดังนั้น ลองเริ่มตั้งแต่วันนี้ พยายามเป็นตัวเองในแบบที่เราชอบทุกครั้งที่ทำได้ อย่าปล่อยให้สังคมและความเร่งรีบของโลกดึงเราไปสู่ความหยาบกระด้างที่ทำให้เรารู้สึกอึดอัดและเศร้าใจ แน่นอนว่าหลายครั้งเราต้องเร่งรีบ ต้องพูดจาแบบสั้น ๆ และไม่ใส่ใจมากนัก แต่ว่าทุกครั้งที่ทำได้เราควรกลับไปสู่ความอ่อนโยนและความโรแมนติกเหมือนในวันนี้
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้คนถึงตกหลุมรักกัน เมื่อเรามีความรักเราจะพูดอย่างอ่อนหวาน เราจะรู้สึกเปี่ยมสุข แต่เราสามารถสร้างบรรยากาศแบบนี้ขึ้นมาได้เองทุกวัน พกพาความรู้สึกโรแมนติกนี้ติดตัวไปทุกที่ ให้เมื่อมีคนพบเราพวกเขาจะรู้สึกเหมือนเห็นดอกไม้ เห็นพระอาทิตย์ เห็นพระจันทร์ และพวกเขาก็จะได้รับพลังบวกจากบรรยากาศที่โรแมนติกนั้นด้วย มันอาจจะยากที่จะกลับไปสู่บรรยากาศโรแมนติกแบบสมัยก่อนแต่บางครั้งเราก็ควรลอง เพื่อให้ได้หลีกหนีจากความวุ่นวายของโลกและกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง มันคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายใช่ไหม?
ดังนั้น ครั้งต่อไปเมื่อคุณไปปฏิบัติธรรมหรือมาพบฉัน ลองใส่เสื้อผ้าที่สวยงาม หรือพกติดตัวมาอย่างน้อยหนึ่งชุด มันไม่จำเป็นต้องแพงหรือฉูดฉาด อาจจะเป็นสีขาวหรือสีใดก็ตามที่คุณชอบ เพียงแค่เมื่อคุณสวมมัน คุณจะรู้สึกอ่อนโยน สง่างาม โรแมนติก เปี่ยมด้วยความเป็นกวี รู้สึกเหมือนเป็นเทพธิดาหรือเทวดาเหมือนอยู่ในโลกสวรรค์และนั่นเป็นสิ่งที่ดีมาก
(ฌาณเกาหลีใต้, พฤษภาคม 1998)
