เตือนด้วยความรักให้คำนึงถึงการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

ปราศรัยโดยท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ เซอร์เรย์ สหราชอาณาจักร
วันที่ 8 มกราคม 2549 (ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ)

ทุกอย่างในโลกนี้เป็นอย่างนั้น มันทำให้ฉันเจ็บปวดใจมาก ฉันไม่อาจจะดูโทรทัศน์ได้เพราะสิ่งเหล่านี้ เช่น ไข้หวัดนก พวกเขาเอาไก่เอาเป็นนับพัน จับมันตรงคอแล้วก็โยนลงไปในถุง ปิดถุงแล้วก็โยนลงไปในขยะ เธอนึกภาพออกไหม ถ้าเป็นเธอ? จินตนาการว่าเป็นเธอ พวกเขาฝังมันทั้งเป็นแบบนั้นเลย หรือโยนลงไปในกองไฟแล้วก็เผามันทั้งเป็น นึกภาพดูสิว่าถ้าเป็นเธอ! ทั้งโลกสามารถทำได้แค่ถ้าเป็นมังสวิรัติแล้วก็ไม่เลี้ยงไก่เป็นจำนวนมาก แค่ปล่อยให้มันเป็นไป พวกเขาก็จะไม่ไปทำความเดือดร้อนให้ใคร

โอ พระเจ้า ฉันมิอาจดูสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ มันทำให้ฉันเจ็บปวดและฉันนอนไม่หลับ ทุกอย่างในโลกนี้ฉันมองดูไปรอบๆ มันทำให้ฉันเจ็บปวดใจอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ตอนที่ฉันอายุน้อยกว่านี้ ฉันจำได้ว่าฉันเขียนบทกวีบทหนึ่ง “ฉันไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรกับหัวใจฉันดี” เนื่องเพราะเหตุนั้น มันคือตอนที่ฉันยิ่งอายุน้อยลงไปอีกก่อนที่จะเกิดการรู้แจ้งครั้งใหญ่ ก่อนไปเทือกเขาหิมาลัย ฉันมิอาจจะทนได้จริงๆ นั่นคือเหตุที่ตอนฉันแต่งงานฉันมิอาจจะสุขใจกับมันได้ ถ้าฉันดูโทรทัศน์ ฉันก็จะรู้สึกเศร้าอยู่เป็นเวลาหลายวัน หลายสัปดาห์ ฉันทำงานให้กับสภากาชาดและไม่มีอะไรที่มีความสุข และตอนที่ฉันอายุน้อย ฉันเห็นคนเสียชีวิตและเป็นทุกข์ และมีสงคราม และอะไรๆ อย่างนั้น ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดีเสียทีเดียวเลย

ทุกอย่างทำให้ฉันเจ็บปวดใจได้อย่างง่ายดาย บางทีเด็กๆ ที่มีสุขภาพดี พวกเขาก็จะเข็นเด็กเหล่านี้ไปมาโดยไม่ปิดด้านหน้าของรถเข็น แน่นอน อากาศหนาวโดนใบหน้าพวกเขาได้ แล้วก็ยังมีสิ่งสกปรกจากถนนและก็ทุกๆ ที่ เพราะว่าเธอตัวสูง เธอเดินขึ้นที่นี่ ส่วนเด็กทารกจะอยู่ข้างล่างนั่น ฉันก็จะรู้สึกเจ็บปวดแทนเด็กคนนั้นด้วย เพราะพวกเขาละเอียดอ่อนและอะไรบางอย่างอาจจะปลิวเข้าตา หรืออาจจะหายใจเอาอะไรเข้าจมูก แล้วก็อากาศหนาวเข้าไปในจมูกซึ่งทำให้เจ็บป่วยได้

ผู้คนไร้ความเห็นอกเห็นใจมาก บางทีพวกเขาเอาสุนัขขึ้นรถบรรทุกข้างหลังโดยไม่ผูกไว้ แล้วก็จะขับรถแล่นไปข้างหน้าอยู่ใต้แดดเดือนมิถุนายนที่ร้อนรุ่มอย่างในประเทศที่มีอากาศร้อนมาก บางประเทศสุนัขก็จะไถลไปทางนี้ไถลไปทางนั้นและอาจจะเจ็บขาได้ เนื่องจากความร้อนของแสงแดด ส่วนเราจะทนไม่ได้ด้วยซ้ำ! ฉันไม่เข้าใจว่าคนจำนวนมากทำอะไรหลายๆ อย่างไปได้อย่างไร ฉันไม่เข้าใจว่า มนุษย์ไร้ความรู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น เรื่องของเรื่องคือไม่ว่าเธอทำอะไรให้นึกถึงคนอื่น แล้วมันก็จะเป็นการง่ายที่จะเข้าใจและที่จะรู้สึกได้ อย่ามาถามฉันว่าเธอรู้แจ้งแค่ไหน ว่าเธอเป็นนักบุญระดับไหน แค่สังเกตตัวเองว่าเธอมีปฏิกิริยากับผู้อื่นอย่างไร ว่าเธอปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร ว่าเธอปฏิบัติต่อสัตว์อย่างไร แล้วเธอก็จะทราบว่าเธออยู่ระดับไหน ไม่ต้องมาถามฉันเพราะถ้าเธอรู้แจ้ง เธอจะต้องฉลาดกว่านั้น มนุษย์ที่ฉลาดกว่าจะมองเห็นทุกอย่างดีกว่าแต่ก่อน เวลาตาเธอเปิดเธอก็จะเห็นได้ดีขึ้น! ดังนั้น แค่มองดูตัวเองไป ไม่ต้องเดือดร้อนมาถามฉันว่าเมื่อไรเธอจะไปถึงระดับที่ 5 หรือจะได้เป็นอาจารย์ อะไรๆ อย่างนั้น

เธอจะต้องทำอย่างดีที่สุดใช่ไหม? ถ้าเธอทำได้! มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปกู้ชีพอะไรมาบางอย่าง แล้วจากนั้นก็นำมันมาสู่ความยากลำบากและการถูกทอดทิ้งอีกแบบหนึ่ง พูดเรื่องเหล่านี้ ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว ฉันไม่สามารถช่วยกู้ชีวิตสุนัขทั้งหลายในโลกนี้ได้ แต่ถ้าเธอพบสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง ทุกข์ทรมาน หรืออะไรที่ไม่ถูกต้อง ให้พยายามแก้ไขอย่าไปละเลยเพียงเพราะมันไม่สะดวก

ใส่ความเห็น